เทศน์เช้า วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม วันนี้วันพระ วันพระ วันโกน เราชาวพุทธเราแสวงหาบุญกุศลใส่หัวใจของตน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง แล้วมนุษย์มีทั่วโลก นับถือลัทธิศาสนาต่างๆ มากมายมหาศาล นั่นความเชื่อของเขาไง เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราภูมิใจในพระพุทธศาสนา แล้วพระพุทธศาสนาเอาไว้อวด เอาไว้โชว์ เอาไว้เป็นสินค้า เอาไว้ขายฝรั่ง
แต่เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พ่อแม่ฝากไว้เลยนะ ครูบาอาจารย์หลายๆ องค์มากเลย พ่อแม่บอกว่า “ลูกบวชให้แม่นะ ลูกบวชให้แม่นะ” เพราะความเชื่อ ความเชื่อของมนุษย์ไง ชาวพุทธเราเช้าขึ้นมาทำบุญตักบาตร ทำบุญตักบาตรด้วยความเชื่อของเขาว่าเกิดในภพหน้าชาติหน้าเราจะได้มีอยู่มีกินของเรา เราจะได้ไม่ทุกข์ไม่ยากอย่างนี้
เพราะความเชื่อของเรา เห็นไหม เราขวนขวายสิ่งใดมา ขวนขวายมาเพื่อความมีศรัทธามีความเชื่อในพระพุทธศาสนา ทำบุญตักบาตรแล้วเป็นบุญเป็นกุศล หัวใจชุ่มชื่น มีความสุขความสงบในหัวใจของตน ทำหน้าที่การงานของตนด้วยความเป็นมนุษย์ไง มนุษย์เกิดมา บริษัท ๔ ไง อุบาสก อุบาสิกาไง ปรารถนาบุญกุศล ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องชี้นำชีวิตนี้ไง
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไง พระอานนท์เป็นพระโสดาบันนะ
“ดวงตาของโลกดับแล้ว ดวงตาของโลก”
อบรมบ่มเพาะไง เพราะพระโสดาบัน พระโสดาบันก็พาดกระแสแล้ว ธรรมเข้าถึงหัวใจของตน ภวาสวะ ภพไง กระแสๆ นั่นคือหัวใจมันมีคุณธรรมในใจอันนั้นไง ยังขวนขวาย ยังมีการกระทำ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ยังคร่ำครวญร้องไห้ เป็นทุกข์เป็นยาก
ไอ้เราอุบาสก อุบาสิกาไง เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ถ้าเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ถ้าบวชเป็นพระ บวชเป็นพระก็เป็นสมมุติสงฆ์ ศึกษาธรรมะมาก็เป็นปริยัติทั้งนั้น ความเป็นปริยัติขึ้นมา ศึกษาเล่าเรียนมาเป็นความรู้ ความรู้เป็นภาคปริยัติ เวลาภาคปฏิบัติมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย
เพราะภาคปฏิบัติ เห็นไหม พระอานนท์พาดกระแส หัวใจพาดกระแส อยู่ในโอฆะ มันขวนขวายดำรงชีวิตในโอฆะนะ แล้วเจอฉลาม เจอแต่สัตว์ร้ายทั้งนั้นน่ะ ถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาเข้าถึงฝั่ง พาดกระแส หัวใจของตนไง มันรักษาหัวใจของตนได้ไง ขนาดรักษาหัวใจของตนได้ แต่กิเลสอย่างกลาง อย่างละเอียดอีกมากมายมหาศาล มันทุกข์มันยากขนาดไหน
เพราะปฏิบัติไม่เป็นก็เรื่องหนึ่งนะ เวลาวงกรรมฐาน วงกรรมฐานเขาเรียกภาวนาเป็น ภาวนาเป็น ถ้ามันพาดกระแสขึ้นมามันเห็นภัย โอ้โฮ! ขนาดว่าเริ่มต้นมันยังทุกข์ยากขนาดนี้ แล้วข้างบนขึ้นไปเป็นอย่างไร
แต่ถ้ากิเลสไง
หลวงตาท่านพูด เวลาออกประพฤติปฏิบัติขึ้นมา โอ้โฮ! มันคงยากแต่คราวเริ่มต้นนี่แหละ พอเดี๋ยวไปแล้วมันจะสบายขึ้นเรื่อยๆ ท่านบอกว่ามันไม่เห็นสบายเลย เพราะมันยิ่งหัวปั่นเข้าไปใหญ่ หัวปั่นเพราะอะไร เพราะกิเลสอย่างละเอียด ละเอียด ละเอียด มันหลอกลึกลับซับซ้อนมากกว่าไง
ถ้าลึกลับซับซ้อนมากกว่า เวลาฝึกหัดปฏิบัติไปแล้ว ถ้าคนมีอำนาจวาสนานะ มีครูบาอาจารย์คอยชี้นำนะ คอยประคองไปนะ มันเป็นสติ มหาสติ สติอัตโนมัติ มันเป็นปัญญา มหาปัญญา ปัญญามันยิ่งใหญ่ ปัญญามันแหลมคม ปัญญามันแก่กล้า ปัญญามันขุดคุ้ยค้นคว้าความชั่วของตน ความชั่วของตน ความชั่วของตน ละชั่ว ทำดี
ไอ้นี่มันละดี ทำชั่ว ละดี ทำชั่ว เพราะเกิดมามีพุทธะ สิ่งมีชีวิตมีจิต พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มันโยนทิ้งไปไง อยากดัง อยากใหญ่ อยากมีอำนาจวาสนา อยากจะครองโลก อยากจะสอนชาวบ้าน อยากจะสอนคนอื่นไง
พระอานนท์ยังคร่ำครวญร้องไห้ กว่าการประพฤติปฏิบัติมันแสนทุกข์แสนยากขนาดไหน แล้วประชาชนเขาอยู่ทางโลก เห็นไหม ทางคับแคบ จะสอนเขาให้บรรลุธรรม ตัวเองละดี ละข้อวัตรปฏิบัติ ละความเป็นพุทธะ ละไปเอาความชั่ว อยากยิ่งใหญ่ อยากให้เขาศรัทธา อยากให้เขาเชื่อถือ หิวแสงไง อยากได้แสง
บ้า
มันบ้าเพราะอะไร
เอ็งดูแสงสิ พระอาทิตย์ขึ้นเดี๋ยวมันก็ตกแล้ว เออ! กูไม่ไปบ้ากับมันหรอก มันขึ้นแล้วมันก็ตก มันขึ้นแล้วมันก็ตก แล้วไปไขว่คว้ากับสิ่งบ้าบอคอแตก
สติ เท่าทันความรู้สึก คอตกเลยนะ ทำไมกูชั่วได้ขนาดนี้ ทำไมกูชั่วได้ขนาดนี้ ทำไมกูไม่เท่าทันกิเลสในใจของกู ทำไมกูปล่อยปละละเลยได้ขนาดนี้ ทำไมกูบ้าบอคอแตกไปถึงไหนไง นี่ไง ถ้ามีสติสัมปชัญญะคอตกเลยนะ แต่มันจะรู้เท่าได้เมื่อไหร่ รู้เท่าได้อย่างไร
ครูบาอาจารย์นี้สำคัญ เห็นไหม ซึ่งๆ หน้านะ เวลาพูดสิ่งใดไป เวลาหลวงปู่มั่นท่านทำสิ่งใดไปแล้วท่านตีวัวกระทบคราด
หลวงตาเล่าให้ฟัง “เรานี่เป็นเขียง” ตัวท่านเองผิดท้ายวัด หัววัด “มหาผิด มหาผิด”
มหาผิดอะไร มหาไม่ได้ทำอะไรเลย
“มหาผิด มหาผิด”
เพราะถ้าไปเจาะจงมันต่อต้าน กิเลสมันร้ายนัก กิเลสในใจของคนร้ายนัก แล้วคนคนนั้นชั่วช้านัก ไม่รู้เท่าทันกิเลสไง ความดี ความดีมันละทิ้ง มันจะไปเอาความชั่ว
แต่พระพุทธศาสนาสอนให้ละชั่ว ทำดี ละชั่ว ทำดี
เราเกิดเป็นมนุษย์ไง พระพุทธศาสนาเอาไว้อวดกัน เอาไว้โชว์กัน เอาไว้เป็นสินค้า แต่หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นเก็บเล็กผสมน้อย สิ่งใดที่มันล้นฝั่ง ไม่ทำ
สิ่งใดไง สิทธิเสรีภาพมันของตนนะ แต่เวลาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มนุษย์เป็นสัตว์สังคมๆ ไง เวลาภัยสาธารณะไง ความเป็นภัยสาธารณะ คือข้อวัตรปฏิบัติ คือของสาธารณะ คือของส่วนรวม ถ้ามันยังเลวร้าย เราไม่มีความปลอดภัยนะ
ในถนนหนทาง ในชีวิตเรา ในบ้านเรือนของเรา ภัยสาธารณะไง แต่ภัยส่วนตัวของเราเจ็บไข้ได้ป่วย เวลาทุกข์เวลายากขึ้นมา สิทธิส่วนบุคคลนั่นเรื่องหนึ่งนะ แต่ภัยสาธารณะ สิ่งที่เป็นสาธารณะที่ปลอดภัยมันยังวางใจไม่ได้ไง เพราะมันมีไอ้ชั่ว มันมาหาที่เชือดเหยื่อ เขาถึงว่ามันเป็นที่ปลอดภัย ไอ้พวกชั่ว ละดี เอาชั่ว เพราะสาธารณะเขาทำให้เป็นความดี
ธรรมะเป็นธรรมชาติ ธรรมะเป็นธรรมขาติ ถ้าธรรมชาติแล้วมันอุดมสมบูรณ์ เห็นไหม เราภูมิใจนะ เราเกิดในเส้นศูนย์สูตรไง เป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นแหล่งผลิตอาหารส่งออกทั่วโลก จะเป็นครัวของโลก เราเกิดมาในที่อุดมสมบูรณ์ไง สุวรรณภูมิๆ ไง เพราะเกิดด้วยบุญด้วยกุศลไง แต่หัวใจของเราล่ะ มันทุกข์มันยาก มันลำบากลำบน กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันบีบมันคั้น นี่เกิดเป็นมนุษย์ไง สิ่งที่ว่า ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา สมมุติ สมมุติทั้งนั้นน่ะ
เราเป็นอุบาสก เราศรัทธาเราก็บวชพระได้ บวชพระก็เป็นสมมุติสงฆ์ไง แล้วบวชแล้วมันมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหนล่ะ
ถ้ามีอำนาจวาสนานะ จะลงในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เหยียบหัวพระพุทธเจ้า ไม่เหยียบข้อวัตร ไม่เหยียบธรรมวินัย ไม่เหยียบ ไม่เหยียบ ไม่เหยียบ อันนี้เป็นศาสดาๆ เชิดชูส่งเสริม แล้วฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นความจริง ถ้าเป็นความจริงขึ้นมา มันจะก้มลงกราบแล้วกราบเล่า
นี่ไง พระสารีบุตรไปฟังเทศน์พระอัสสชิเป็นพระโสดาบันไง ไปอยู่ที่ไหนได้ข่าวว่าพระอัสสชิไปเผยแผ่ธรรมทางไหน เวลานอนจะหันศีรษะไปทางนั้นน่ะ จนพวกพระด้วยกัน เพราะอะไร เพราะพวกพราหมณ์เขาถือทิศไง เขาว่ายังติดลัทธิเก่าเขา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ นี่เป็นความกตัญญูกตเวทีของเขา เวลาสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล คนที่หัวใจที่เป็นธรรมๆ มันทั้งเคารพ มันทั้งบูชา แม้แต่สถานที่มันยังเคารพบูชา
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น โอ้โฮ! มันเคารพบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขนาดไหน แต่มันเคารพด้วยหัวใจไง พฤติกรรมทำคุณงามความดีทั้งนั้นไง
ไอ้นี่กิเลสในใจมันก็ท่วมท้น สิ่งที่เป็นกติกามันก็ก้าวล่วง แล้วก็บอกมันเคารพ
ภัยตัวเองก็ไม่รู้ ภัยสาธารณะก็ไม่รู้จัก
รัฐธรรมนูญ กฎหมายคุ้มครองไม่ให้ประชาชนโดนล้วงกระเป๋า โดนหลอกโดนลวง แต่มันก็มีการปล้น มีการทำลายกันทั้งนั้นน่ะ เพราะด้วยตัณหาความทะยานอยาก
นี่ไง เราเป็นนักรบ นักรบเป็นผู้ปฏิบัติไง ภัยสาธารณะไง เขาปฏิบัติเพื่อความอบอุ่น เขตอภัยทาน เขาไปวัดไปวาแล้วเขาจะมีความปลอดภัย
ที่ไหนมีศรัทธา ที่นั่นมีเหยื่อ
ศรัทธาๆ นั่นล่ะดีนัก มันจะเป็นเหยื่อ เหยื่อเพราะไม่มีสติมีปัญญาไง ถ้ามีสติปัญญามันจะเป็นเหยื่อตรงไหน พระก็อยู่ส่วนพระ โยมก็อยู่ส่วนโยม พระก็ทำหน้าที่นักรบสิ เดินจงกรม นั่งสมาธิให้ดูสิ เออ! ทำคุณงามความดีให้เห็นสิ
โยมก็อยู่ส่วนโยม โยมก็มาประพฤติปฏิบัติขึ้นมานะ ขอบเขตของเราไง เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติไง ศีลมันไม่พอ มันกะล่อน มันปลิ้นปล้อน มันโกหกอย่างนั้นมันจะเป็นศีลตรงไหน
ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๒๒๗
ไอ้เราศีล ๒๒๗ นะ นักรบ ศีล ศีล ๒๒๗ มันเหลือแต่ศูนย์น่ะ มันมีศีลตรงไหน
ถ้ามีศีลมันจะก้าวล่วงได้อย่างไร แล้วถ้ามันไม่ก้าวล่วงมันก็เคารพบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ถ้ามันก้าวล่วงมันก็เหยียบย่ำทำลายไง แล้วว่ามีธรรม ธรรมอะไรนั่นน่ะ
ท.ทหาร สระอำ ไว้ทำมาหากินไง แต่เราแสวงหา ธ.ธง ร.เรือ ร.เรือ ม.ม้า “ธรรมะ” เราไม่ใช่ทำมาหากิน หาแสง เราธรรมะประพฤติปฏิบัติ ทำไมชั่วได้ขนาดนี้ นั่งสมาธิก็ไม่ได้ ฝึกหัดปัญญา ปัญญาก็ไม่เห็นเกิด
แล้วปัญญาที่มันเกิดนี่มันเรื่องไร้สาระมาก ศีล สมาธิ ปัญญา ปัญญาในพระพุทธศาสนาคือภาวนามยปัญญา ถ้าเกิดภาวนามยปัญญามันเท่าทันกิเลสนะ โอ้โฮ! มันเห็นคุณค่านะ เห็นคุณค่าของการเกิดเป็นมนุษย์นะ
มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ เทวดา อินทร์ พรหมนะ ยังบอกเลยนะ มนุษย์มีโอกาสมากเพราะมีร่างกายคอยบีบคั้น ร่างกายมันต้องการอาหารทุกชนิด ปัจจัย ๔ ขาดนะ ทุกข์ยาก หิวกระหาย เจียนตาย นั่นแหละคือธรรม
ธรรมคืออะไร
คือเตือนไง เตือนให้เราแสวงหา ยังมีหัวใจที่พญามารมันครอบงำอยู่
เทวดา อินทร์ พรหมเขาทิพย์สมบัติ เขามีแต่ความรู้สึก มีแต่ความเป็นทิพย์ เขาไม่มีธาตุ ๔ คอยบีบคั้น เทวดาอิจฉามนุษย์อย่างนี้
แต่เวลาเทวดานะ บอกว่าไม่อยากเข้าใกล้มนุษย์ มนุษย์ลองดมตัวเองสิ คาวมนุษย์คาวมาก ไม่อยากเข้าใกล้เลย
แล้วเวลาหลวงปู่มั่นท่านเทศนาว่าการเทวดานะ ท่านบอกว่าสอนง่ายๆ เพราะอะไร เพราะมันไม่บิดพลิ้วไง มันไม่มีกะล่อนไง มันกะล่อนไม่ได้เพราะมันซื่อตรงไง ซื่อตรงหมายความว่าภพชาติเขาเป็นอย่างนั้น
ไอ้มนุษย์นี่ โอ้โฮ! ร้ายกาจนัก พูดธรรมะแจ้วๆๆ เลย ฝรั่งมันงงนะ เช้าตักบาตร กลางวันกินเหล้า ตกเย็นมันตีไก่ มันเล่นการพนัน ฝรั่งมันเจอชาวพุทธมันงงเลย
แต่ถ้ามันซื่อสัตย์มันสุจริตนะ มันไม่ทำ ไม่ทำเพราะอะไร มันเศร้าใจในตัวเอง เศร้าใจมากนะ คนมีสติมีปัญญานะ ถ้ามันเข้าถึงศีลถึงธรรมนะ มันจะสังเวช มันสังเวชถึงว่าทำไมเมื่อก่อนมันคิดอย่างนั้นน่ะ
คิดอย่างนั้นจริงๆ แล้วคิดแบบดูถูกด้วยนะ
หลายๆ คนดูถูกไอ้พวกมีศีลมีธรรม โอ๋ย! ชีวิตจืดชืด ไม่รู้จักรสชาติ เวลาตัวเองเข้าถึงศีล ถึงธรรมนะ เศร้าเลยนะ ทำไมเมื่อก่อนคิดอย่างนั้น
หลายๆ คนไปสารภาพกับหลวงตา เมื่อก่อนเขาชวนแล้ว ชวนแล้ว แต่โกรธแค้นเขา คิดว่าเหมือนกับว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามเลยนะว่า จะชวนเราไปวัด ไปเป็นคนโง่ เป็นคนล้าหลัง เป็นคนไม่เท่าทันสังคม แต่พอตัวเองมาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา โอ้โฮ! โทษตัวเองนะ ทำไมมันคิดได้ขนาดนั้น ทำไมมันคิดได้ขนาดนั้น เวลาคิดได้แล้วนะ
แต่ถ้าคิดไม่ได้นะ โอ้โฮ! มันอาฆาตมาดร้าย มันจะทำร้ายเขา ทำร้ายเขาเพราะถือว่าเป็นการเหยียดหยาม ชวนไปวัด ชวนไปวัดนี่แหละถือว่าเหยียดหยาม ชวนไปเป็นคนโง่ ชวนไปเป็นคนไม่มีสติปัญญา แต่เขาคิดได้ขึ้นมา เวลาเขาคิดได้ขึ้นมาเองเขาบอกทำไมคิดได้ขนาดนั้น ถ้ามันคิดได้ แต่ถ้ามันคิดไม่ได้มันก็อยู่กับความโง่เขลาอยู่อย่างนั้นแหละ นี่ถ้าอยู่กับความโง่เขลา
วันพระไง ถ้าวันพระๆ วันพระที่เป็นผู้ประเสริฐไง ถ้ามันประเสริฐกับตัวมันเอง สิ่งใดที่เกิดขึ้น สิ่งการกระทำนั้นเพราะหัวใจของคนมันแตกต่างหลากหลาย พันธุกรรมของจิตๆ ไง มีการกระทำ มันกระทำแล้วมันหยาบช้าสามานย์ แล้วมันไม่รู้ตัว มันคิดว่ามันยิ่งใหญ่ คิดว่าคิดถูกไง แต่คนที่เขาเป็นธรรมๆ เขาสังเวช สังเวช สังเวช สังเวชมากนะ
นี่ไง เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง ไอ้ที่ทำชั่วๆ มันทำแล้วมันคิดว่ามันได้ ไอ้คนที่ทำดีๆ มันสังเวช แล้วสังเวชแล้วมันที่ว่าครูบาอาจารย์ที่เป็นหลักๆ มันสะเทือนของคนที่ทำดีไง คนทำดีๆ เขาอยู่ในกติกา เขาอยู่ในกติกา เขาอยู่ในข้อวัตรปฏิบัติ เขาเห็นแล้ว ทำไมกูทำเกือบตาย กูอยู่ในกติกา ไอ้พวกที่ทำชั่วๆ ทำไมมันทำได้ แล้วมันทำได้แล้ว มันทำแล้วทำไมครูบาอาจารย์ไม่ตัดหัวมัน ไม่ตัดหัวมัน
เพราะว่าครูบาอาจารย์ท่านเป็นธรรมๆ ท่านรู้ท่านเห็นทั้งนั้นน่ะ เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านปกป้อง ท่านปกป้องคนที่ทำถูกต้องชอบธรรมด้วย คนที่ทำถูกต้องชอบธรรมเขาอยู่ในกติกา สิทธิส่วนตนก็ดูแลของสิทธิส่วนตน ความปลอดภัยสาธารณะไง ข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาเขาก็ดูแลของเขา เขาไม่ให้มีใครมาเจาะมาไช มาทำลายมันไง แล้วมาทำลายมัน ผู้ที่ทำดีเขาอึดอัด เขาขัดข้อง เขารู้ไหม
ผู้ที่ทำถูกต้องชอบธรรม เหมือนเราขับรถไปตามกฎจราจรหมดเลย ไอ้นั่นปาดซ้ายปาดขวาๆ แล้วไอ้คนปาดซ้ายปาดขวามันถูกหรือมันผิดล่ะ แล้วไอ้คนที่ขับรถตามจราจรมันถูกหรือมันผิดล่ะ นี่ไง เวลาครูบาอาจารย์ท่านอึดอัดขัดข้องก็นี่ไง ฉะนั้น ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ นะ ท่านถึงรักษาปกป้องสิ่งที่ดีงามไว้ ไอ้ที่ปาดหน้าๆ ตัดคอมัน
ถ้าเป็นวันพระ ถ้ามันพัฒนาขึ้นมันจะรู้ ไอ้ของนี้มันหยาบมากนะ มันเป็นของเริ่มต้นน่ะ ศีลคือรั้วรอบขอบชิด นี่คือรั้วรอบขอบชิดเป็นกติกาเท่านั้นเอง ยังไม่เข้าสู่ธรรมอะไรเลย แม้แต่รั้วรอบขอบชิดมันยังล้มระเนระนาดแล้ว แล้วจะเข้าสู่บ้านสู่เรือนสู่ความสงบสุขได้อย่างไร
นี่ไง วันพระๆ ไง สัมมาสมาธิคือปกติสุข สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี ถ้าจิตสงบแล้วถ้ามันมีกำลังขึ้นมา ถ้าเป็นสัมมาสมาธิมันจะยกขึ้นสู่วิปัสสนา ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้เกิดภาวนามยปัญญานะ ไอ้ที่โต้แย้งกันนี่จบหมดเลย เพราะมันอยู่ข้างนอกนู่น
เราฝึกหัดปฏิบัติก็หาหัวใจของตน หาพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ถ้ามันเห็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานเกิดมาจากไหน
เกิดมาจากข้อวัตรปฏิบัติ เกิดมาจากศีล เกิดมาจากการรักษา
ถ้าอีรุงตุงนัง อีลุ่ยฉุยแฉกอย่างนี้ มันจะสงบสุขได้อย่างไร ถ้ามันสงบสุขไม่ได้มันจะเป็นสมาธิได้อย่างไร
ทบทวนดูนะว่ามันเป็นสมาธิไม่เป็นสมาธิ อย่าว่าแต่เป็นธรรมะเลย ถ้าเป็นธรรมะมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยนะ มันเกิดภาวนามยปัญญา เพราะภาวนามยปัญญามันเกิดศีล สมาธิ แล้วมันถึงเกิดปัญญา แล้วเกิดปัญญามันก็รักษาไง
เหมือนเงินเหมือนทอง แสวงหาได้มากน้อยขนาดไหน แสวงหามาได้ถูกต้องชอบธรรมขนาดไหน เสียภาษีหรือเปล่า ป.ป.ง. มันตรวจสอบนะ ได้มาทุศีลหรือได้มาธรรมาภิบาล ได้มาถูกต้องหรือได้มาผิด
ถ้านักปฏิบัติเขาพิจารณาของเขานะ เพราะอะไร เพราะเราแสวงหาความถูกต้องชอบธรรม แสวงหาความดี ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก คิดเอง รู้เอง มันเป็นเองโดยข้อเท็จจริง ไม่มีใครใส่ร้าย ไม่มีใครจับผิด ไม่มีใครเพ่งโทษ ถ้าเพ่งโทษมันอยู่ข้างนอก มันไม่เป็นธรรม
ความเป็นธรรม สันทิฏฐิโก รู้แจ้งเห็นจริงโดยความเป็นจริง รู้แจ้งเห็นจริงโดยตนเอง แล้วไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าบอกใช่ๆๆ
แต่ถ้าโมเมคิดเองเออเองว่าใช่
พระพุทธเจ้าบอก นู่น เข้าไปป่าช้าก่อน นู่น ไม่ต้องเข้ามา ไอ้พระอรหันต์โกหกไม่ต้องเข้ามา ไปไกลๆ ออกไปห่างๆ ไปตรวจสอบตัวเองให้ชัดเจนก่อน
วันพระๆ พระที่เป็นผู้ปกติสุขจะมีความสุข ความสงบ ความร่มเย็น ไม่สร้างผลกระทบกระเทือนกับบุคคลคนอื่น ปาดหน้าปาดหลัง เบรกข้างหน้าให้เขาชนตูดอย่างนี้ มันเป็นปกติสุขหรือ รถไปบนถนนทั้งติดขัดทั้งมีปัญหาเพราะไอ้พวกปาดหน้าปาดหลังเบรกให้ชน นั่นล่ะมันทำลายข้อวัตรปฏิบัติ มันเป็นปกติสุขได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้
คิดให้ได้ คิดให้เป็น อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลคนอื่น เอวัง